-:- คำสมาทานธุดงค์
     1. ถือทรงผ้าบังสกุลเป็นวัตร ว่า คะหะปะติจีวะรัง ปะฏิกขิปามิ ปังสุกูลิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดคหบดีจีวรเสีย สมาทานองค์ของผู้ถือซึ่งผ้าบังสุกุลเป็นวัตร
     2. ถือทรงเพียงไตรจีวรเป็นวัตรว่า จะตุตถะจีวะรัง ปะฏิกขิปามิ เตจีวะริกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดจีวรผืนที่สี่เสีย สมาทานองค์ของผู้ถือซึ่งไตรจีวรเป็นวัตร
     3. ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ว่า อะติเรกะลาภัง ปะฏิกขิปามิ ปิณฑะปาติกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดอติเรกลาภเสีย สมาทานองค์ของผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร
     4. ถือเที่ยวบิณฑบาตไปตามแถวเป็นวัตร ว่า โลลุปปะจารัง ปะฏิกขิปามิ สะปะทานะจาริกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดการเที่ยวโลเลเสีย สมาทานองค์ของผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตไปตามแถวเป็นวัตร
     5. ถือนั่งฉันอาสนะเดียวเป็นวัตร ว่า นานาสะนะโภชะนัง ปะฏิกขิปามิ เอกาสะนิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดฉันต่างอาสนะเสียสมาทานองค์ของผู้ถือนั่งฉันอาสนะเดียวเป็นวัตร
     6. ถือฉันเฉพาะในบาตรเดียวเป็นวัตร ว่า ทุติยะภาชะนัง ปะฏิกขิปามิ ปัตตะปิณฑิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดภาชนะที่สองเสียสมาทานองค์ของผู้ถือการฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
     7. ถือห้ามภัต อันนำมาถวายเมื่อภายหลังเป็นวัตร ว่า ว่า อะติริตตะโภชะนัง ปะฏิกขิปามิ ขะลุปัจฉาภัตติกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดโภชนะอันเหลือเฟือเสียสมาทานองค์แห่งผู้ห้ามภัตอันนำมาถวายเมื่อภายหลังเป็นวัตร
     8. ถืออยู่เป็นวัตร ว่า คามันตะเสนาสะนัง ปะฏิกขิปามิ อารัญญิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดเสนาสนะชายบ้านเสีย สมาทานองค์แห่งผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร
     9. ถืออยู่โคนไม้เป็นวัตร ว่า ฉันนัง ปะฏิกขิปามิ รุกขะมูลัญกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดที่มุงที่บังเสีย สมาทานองค์ของผู้ถือการอยู่ที่โคนไม้เป็นวัตร
     10. ถืออยู่ในที่แจ้งเป็นวัตร ว่า ฉันนัญจะ รุกขะมูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ อัพโภกาสิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดที่มุงที่บังและโคนไม้เสีย สมาทานองค์ของผู้ถือการอยู่ในที่แจ้งเป็นวัตร
     11. ถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร ว่า อะสุสนัง ปะฏิกขิปามิ โสสานิกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดที่มิใช่ป่าช้าเสียสมาทานองค์ของผู้ถือการอยู่ป่าช้าเป็นวัตร
     12. ถือการอยู่ในเสนาสนะอันท่านจัดให้อย่างไรเป็นวัตร ว่า เสนาสะนะโลลุปปัง ปะฏิกขิปามิ ยะถาสันถะติกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดความโลเลในเสนาสนะเสีย สมาทานองค์ของผู้อยู่ในเสนาสนะอันท่านจัดให้อย่างไร
     13. ถือการนั่งเป็นวัตร ว่า เสยยัง ปะฏิกขิปามิ เนสัชชิกกังคัง สะมาทิยามิ แปลว่า เรางดการนอนเสีย สมาทานองค์ของผู้ถือการนั่งเป็นวัตร

-:- "ผู้ชี้ขุมทรัพย์"
อานนท์ เราจักไม่พยายามทำกับเธออย่างทนุถอม เหมือนช่างหม้อทำกับหม้อที่ยังเปียก
ยังดิบอยู่ อานนท์ เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีก ไม่มีหยุด อานนท์ เราจีกขนาบแล้ว ขนาบอีก ไม่มีหยุด ผู้ใด มีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้น จักทนอยู่ได้ คนเราควรมองผู้มีปัญญาใดๆ
ที่คอยชี้โทษ คอยกล่าวคำขนาบอยู่เสมอไป ว่านั่นแหละคือผู้ชี้ขุมทรัพย์ละ
ควรคบบัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น ด้วยประการฉะนี้ฯ ยาทิสํ ลภเต พีชํ ตาทิสํลภเต พลํ กลฺลยา นการี กลฺยานํ ปาปการี จ ปาปกํ บุคคลหว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดีย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว ด้วยประการฉะนี้ฯ สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตํ นานโย อญฺยํ วิโสธเย ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน คนอื่นใครเล่าจะทำให้เรา บริสุทธิ์ได้ ด้วยประการฉะนี้ฯ อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ โกหินาโถ ปะโรสิยา อตฺตนาหิ สุทธนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่า จะเป็นที่พึ่งของเราได้ ก็เมื่อบุคคลมีตน
อันฝึกฝนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่ง ซึ่งหาได้ยาก ด้วยประการฉะนี้ฯ