|
-:-
กิจเบื้องต้น
ก่อนที่จะถึงพิธีทำบุญควรแต่งสถานที่ให้เรียบร้อยเพื่อรับรองพระสงฆ์และแขกผู้มาในงาน
และรับพระพุทธ พระธรรมด้วย คือเชิญพระพุทธรูปมาบูชา อาราธนาพระสงฆ์มาสวดพระพุทธมนต์หรือแสดงธรรม
- การจัดสถานที่
อาสนะพระสงฆ์ ต้องทำให้สูง หรือมีเครื่องหมายว่าสูงกว่าคฤหัสถ์เป็นต้นว่ามีพรม
หรืออาสนะอะไรก็ได้ตามฐานะ ถ้าจะให้มีลาดผ้าขาวได้ก็ยิ่งดี อาสนะพระสงฆ์ให้จัดตั้งไว้เบื้องซ้ายของโต๊ะบูชา
ที่อาสนะของพระสงฆ์นั้นต้องจัดตั้ง กระโถน ภาชนะน้ำ และพานหมากบุหรี่ทางขวามือกระโถนอยู่ด้านใน
ต่อมาออกมาภาชนะน้ำแล้วถึงพานหมากบุหรี่หน้าสุด
- เครื่องสักการะบูชา
การตั้งเครื่องโต๊ะบูชาที่พระพุทธรูปอยู่ด้วย มีพานดอกไม้แจกัน และเชิงเทียน
กระถางธูป โดยเฉพาะกระถางธูปอย่าเอากระโถนมาใช้ บางแห่งเห็นมีไม่สมควร
อย่าเอาของต่ำมาใช้เป็นของสูง
- โยงสายสิญจน์
การทำบุญโดยมากมักจะต้องมีสายสิญจน์ ประเพณีนับเนื่องมาจากศาสนาพราหมณ์
ในพระพุทธศาสนาของเราอนุโลมให้ใช้ได้ ด้ายสายสิญจน์นี้เขาโยงถึงรั้วบ้าน
และวงเข้ามาทางพระพุทธที่ตั้งไว้ สำหรับสักการะบูชาและวงฐานพระพุทธด้วย
ต่อลงมาก็วงบาตรน้ำมนต์ บาตรน้ำมนต์ควรตั้งใกล้พระเถระผู้ใหญ่ทางขวามือ
เทียนน้ำมนต์ต้องใช้เทียนอย่างดีหนัก ๑ บาทเป็นอย่างน้อย เทียนน้ำมนต์นี้
เมื่อพระสวดถึงบทว่า "อะเสวะนา จะ พาลานัง...." ให้เจ้าภาพจุดเทียนเอง
เมื่อพระสวดถึงบทว่า "ขีณัง ปุราณัง....พระเถระผู้เป็นหัวหน้าจะเริ่มหยดเทียนน้ำมนต์
และเมื่อถึงบทว่า นิพพันติ ธีรา ยะถา ยัมปะทีโป ( ดับเทียนตรงนิพ.....
) ท่านก็จุ่มเทียนลงในบาตรน้ำมนต์ เทียนนี้เมื่อดับแล้วห้าม ไม่ให้จุดอีกเด็ดขาด
ถือกันว่าเป็นการดับเสนียดจัญไร และสิ่งไม่เป็นมงคลทั้งปวง
- การนิมนต์พระ
การนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์ อย่างน้อยนิมนต์ ๕ รูป ๗ รูปหรือ
๙ รูป ทั้งนี้เพื่อหวังให้เป็นคู่ทั้งพระพุทธ ไม่นิยมคี่ แต่ในพิธีหลวง
นิยมนิมนต์พระสงฆ์เป็นจำนวนคู่เลยทีเดียว การไปนิมนต์มาฉันอาหาร อย่าระบุชื่ออาหาร
ถ้าระบุชื่อท่านรับไม่ได้ ควรใช้ว่า "นิมนต์รับอาหารบิณฑบาตเช้าหรือเพล"
ถ้านิมนต์มาสวดมนต์เย็นฉันเช้า หรือจะสวดเวลาเพลต้องใช้คำว่า ขอ นิมนต์มาเจริญพระพุทธมนต์
ที่เฉพาะงานมงคล ถ้าใช้ในการศพใช้ว่า นิมนต์ มาสวดพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์มาถึงบ้าน
ควรจัดคนไว้คอยล้างเท้าพระสงฆ์และมีผ้าให้ ท่านเช็ดเท้าด้วย ทั้งนี้เพราะพระล้างเองไม่ได้ผิดพระวินัย
เนื่องจากน้ำยังไม่กรอง ถือว่ายังมีตัวสัตว์อยู่ คฤหัสถ์จึงต้องคอยช่วยท่าน
ส่วนที่ให้เช็ดเท้าเพราะถ้าพระ เท้าเปียกเหยียบบนอาสนะที่ลาดต้องอาบัติ
- หน้าที่เจ้าภาพ
เมื่อพระสงฆ์มาถึงที่ ประเคนน้ำฉันและพานหมากบุหรี่แล้ว รอสักครู่เจ้าภาพต้องจุดธูปเทียนเอง
ถ้างานบ่าวสาวให้คู่หนุ่มสาวจุดเองแล้วกราบ ๓ หนเสร็จแล้วหันมาทางพระสงฆ์กล่าวอาราธนาศีล
เมื่อพระให้ศีลรับศีลแล้วอาราธนาพระปริตร แล้วประนมมือฟังพระท่านสวดมนต์ไปจนถึง
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ควรเตรียมเครื่องดื่มคือน้ำร้อน หรือน้ำอัดลม
พอจบก็ถวาย ถ้ามีการตักบาตร เวลาสวดพาหุง...ก็ออกมาตักบาตร ถ้าเป็นงานบ่าวสาวก็ให้คู่หนุ่มสาวออกมา
ตักบาตรร่วมกัน เวลาประเคนก็ช่วยกันประเคนบ้าง แต่ไม่ต้องทั้งหมดให้ใครช่วยบ้างก็ได้
เมื่อพระ ฉันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถวายไทยธรรม
- การกรวดน้ำ
เมื่อพระเริ่ม ยะถา... ก็ลงมือกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ บิดามารดาญาติมิตรและบรรดาสรรพ
สัตว์ตามแต่ตนจะประสงค์ เมื่อพระว่า ยะถา จบ ก็ให้เทน้ำลงในภาชนะที่รอง
แล้วประนมมือรับพร ต่อไป จบแล้วกราบ ๓ หน จากนั้นพระท่านก็จะประพรมน้ำมนต์ให้กับผู้มาร่วมงาน
- การเทศนา
ถ้าจะมีการเทศน์ เจ้าภาพต้องคอยจุดเทียนบูชาธรรม พระจะขึ้นธรรมาสน์เมื่อพระขึ้นเรียบร้อย
แล้วขอศีลเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาราธนาธรรม พรัหมา จะโลกา ไปจนจบ แล้วพระยะถา
เจ้าภาพ กรวดน้ำ พระลงแล้วจึงถวายไทยธรรมให้สังเกตไว้ว่าต่างกันกับพระสวดมนต์ที่ถวายไทยธรรม
ก่อนและหลังพระยะถา
- การตั้งเครื่องบูชา
เมื่อมีการอาบน้ำศพ ใช้โต๊ะเล็กมีเครื่องบูชาแต่เทียนใช้ดอกเดียวอยู่ซ้ายมือพระ
ธูป ๓ ดอกอยู่ ขวามือพระ ถ้าตั้งบูชาศพ ตั้งห่างออกมาจากศพเล็กน้อย
การทำบุญศพไม่นิยมสายสิญจน์ แต่จะ ใช้ภูษาโยง เวลาบังสุกุลจึงค่อยคลี่ไปตรงหน้าพระ
- การทอดผ้า
ต้องวางทอดบนภูษาโยง อย่าวางตามยาว ใช้วางตามขวาง และห้ามกรายภูษาโยง
-:- ใบปวารณา การทำบุญควรให้พระได้ปฏิบัติถูกต้องตามพระวินัย
ฉะนั้นควรใช้ใบปวารณาแทนถวายปัจจัย
|