-:- คำนำเกี่ยวกับหนังสือสวดมนต์วัดทับคล้อ ( สวนพระโพธิสัตว์ )
โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูวิสุทธิภาวนาคุณ ( โกศล จนฺทวณฺโณ )
หนังสือสวดมนต์เล่มนี้จัดพิมพ์ขึ้น เพื่อใช้สวดสรรเสริญคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บทสวดมนต์นี้ส่วนมากคัดลอกมาจากหนังสือสวดมนต์ของวัดเกตุมดีศรีวาราม ( เกตุมดีฯ ) ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูวิสุทธิภาวนาคุณ ( โกศล จนฺทวณฺโณ ) ได้ขออนุญาตจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูภาวนาวรคุณ ผู้ซึ่งเป็นทั้งพ่อทั้งอาจารย์สอนพระกรรมฐาน ให้แก่พระเดชพระคุณพระครูวิสุทธิภาวนาคุณ ( โกศล จนฺทวณฺโณ ) ฉะนั้นจึงมีหนังสือสวดมนต์ เล่มนี้ขึ้นเพื่อได้ใช้สวดเป็นแบบเดียวกัน ความจริงการสวดมนต์นี้มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เพราะเป็นองค์อริยมรรคคือ สัมมาวาจาสัมมากัมมันตะ ( วจีกรรม ) สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สัมมาวายามะ สัมมาอาชีวะ ( ดำรงชีพไม่ผิด ) สัมมาสังกัปปะ ( ดำริสวดมนต์ ) สัมมาทิฏฐิ ( เห็นว่าสวดมนต์เป็นมงคลและทำให้สบายใจ )ทางนี้เป็นการตัดกระแสทุกข์ คนทุกคนเกิดมาต้องการความสุขมิใช่รึ? ได้คนเห็นใจก็ไม่มีสุข เพราะทุกข์ไม่หายไปไหน? นอนยังไง? ทำอะไร? หรือจะดื่มจะกินอะไรอีกเล่า? คิดดู ได้คนทั้งเมือง ทั้งโลกเป็นพวกเรา เป็นเพื่อนเราคอยเอาใจใส่ คอยปลุกใจ คอยปลอบใจ แล้วจะได้สุขรึ? เปล่าทั้งนั้นเพราะทุกข์ไม่หายมีทางพระทางเดียวเท่านั้นแหละ พ่อคุณ แม่คุณ เอ๊ย ถ้าไม่ใช่ทางพระแล้วอย่าหวัง...
 
-:- ศาสนาอันตรธาน
ก่อนที่พระศาสนาจะเสื่อมนั้น ก็ต่อเมื่อเริ่มมีพระราชากลียุคทั้งหลายซึ่งไม่ตั้งอยู่ในธรรมจะมีขึ้น เมื่อพระราชาเหล่านั้นไม่ตั้งอยู่ในธรรม คนทั้งหลาย มีอำมาตย์ เป็นต้น ของพระราชาเหล่านั้น ก็ย่อมไม่ตั้งอยู่ในธรรมเหมือนกัน ลำดับนั้นคนทั่วทั้งแว่นแคว้นชนบท ก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรมตามกัน เพราะเหตุที่คนทั้งหลายไม่ตั้งอยู่ในธรรม ฝนก็ตกไม่ดี เพราะฝนไม่ดีข้าวกล้าทั้งหลายก็ไม่ดี เมื่อข้าวกล้าไม่ดี พวกทายกก็ไม่อาจถวายปัจจัยแก่ภิกษุสงฆ์ได้ เมื่อภิกษุสงฆ์ทั้งหลายลำบากด้วยปัจจัย ก็ไม่อาจสงเคราะห์พวกอันเตวาสิกได้ เมื่อกาลล่วงไป ปริยัติเสื่อมไป และก็เสื่อมไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง สิ้นกาลพระศาสนา ๕,๐๐๐ พรรษา พอดี
( จากพระวินัยปิฏก จุ. จุลวรรค เล่ม ๒ กัณฑ์ที่ ๘๑ )
 
-:- ข้อแนะนำการกราบนมัสการพระ
ขอให้น้อมกายใจถึง คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ ทางกายแสดงออกด้วยการกราบเบญจางคประดิษฐ์ คือนั่งกระหย่องพนมมือไว้ที่อก ก่อนกราบยกมือขึ้นจรดเชิงผมหรือเหนือหน้าผากนิดหนึ่ง แล้วน้อมตัวก้มกราบลง วางมือให้ห่างกันพอให้หน้าผากจรดพื้น ข้อศอกทั้งสองข้าง และหัวเข่าทั้งสองข้างให้จรดพื้น อย่าให้ก้นกระดกขึ้น คือให้ก้นติดอยู่กับส้นเท้าเสมอ ดังนี้สามครั้ง เพราะเป็นการแสดงความนอบน้อมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ที่ถูกต้องตามหลักของพุทธศาสนิกชนมาช้านานควรที่จะรักษาไว้ให้จงดี ( เมื่อหลับตาก้มเงยกราบ ให้รูปพระพุทธรูปหรือปูชนียวัตถุที่เรากราบอยู่ในครองจักษุด้วย )
 
-:- มโนคติ
สเจรูปํ อุปาทิยติ น ภูมิยํ สุขํ คเวนเสนโต
ถ้าโทษคน ไม่โทษใจตน จะเป็นคนหาแผ่นดินอยู่เป็นสุขไม่ได้
พระมหาโกศล จนฺทวณฺโณ
(ประธานสวนพระโพธิสัตว์)
 
"ท่านจะเสียใจ ถ้าปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์"
โฆสธมฺ ภิกขุ