วัดทับคล้อ
ประวัติความเป็นมา
คณะสงฆ์บริหารวัด
ศาสนสถานภายในวัด
รายชื่อวัดสวนสาขา
งานทำบุญประจำปี
พระเครื่อง พระบูชา
 
บทความที่น่าสนใจ
พระพุทธเจ้าองค์แรก
รูปเปรียบพระพุทธเจ้า
พระโพธิสัตว์๑๐พระองค์
พระพุทธโลกนารทมุนี
พระธรรมในคำกลอน
ผู้มีบารมีเด่น
อิทธิบาท๔
ทานบารมี
ศีลปรมัตถ์
กายและจิต
พระศาสนายังศักดิ์สิทธิ์
 
 
 
     
พระธรรมในคำกลอน
  เป็นการรวบรวมคำกลอนซึ่งประพันธ์ โดยอุบาสิกา พูลสวัสดิ์ ช่างสุพรรณ ประพันธ์ถวายพระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระมหาโกศล จนฺฑวณโณ (พระครูวิสุทธิภาวนาคุณ) เนื่องในวาระครบ ๖ รอบ (๗๒ ปี) เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อเป็นคติเตือนใจแด่สานุศิษย์ในงานขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๘
     
เมื่อจิตคิดได้หมดเปลืองมากมาย
พ่อไม่เสียดายหากลูกได้ดี
คิดแต่เรื่องตนมรรคผลมากมี
ธาตุทั้งสี่ล้วนมีที่มา
จิตดวงเดียวท่องเที่ยวได้ทั่ว
ทั้งดีชั่วจิตรับซับเอาไว้
ปัญญามีเลือกละทิ้งสิ่งชั่วไป
จิตผ่องใสสะสมดีอยู่ที่เรา
เกิดมารวยเป็นเรื่องช่วยไม่ได้
ถวายทานไว้ทานได้ให้สนอง
ร่ำรวยทรัพย์สินมากมายก่ายกอง
ไม่เชื่อลองพิสูจน์ว่าพูดจริง
     
ปฏิบัติธรรมวินัยใสสว่าง
สู่หนทางนิพพานสถานสุข
ลด ละ เลิก อกุศลตนวิมุตติ
จะได้หลุดวัฏฏะละโดยพลัน
จิตเตลิดเปิดไปไกลสุดกู่
ทั้งที่รู้ยากนำพากลับมาได้
ด้วยอ่อนภาวนาสมาธิไป
ฝึกฝนใหม่ไม่สบายก่อนตายเอย
จิตปรุงได้ให้รสใดที่ใจชอบ
ได้เกินกรอบความเป็นจริงสิ่งที่เห็น
สมาธิน้อยย่อมพลอยเป็น
กายนั้นเต้นตามจิตวิปริตเอง
     
เกิดมาจนแสนจนข้นแค้น
ทุกข์ยากแสนสาหัสอีกขัดสน
ไม่เคยทำบุญทานสันดานโจร
กรรมเก่าโหมกระหน่ำเพราะทำมา
อนิจจังทุกนาทีที่ได้เห็น
สุข ทุกข์ เป็น เห็นอยู่ครู่ก็หาย
เสี้ยวนาทีชีวิตติดความตาย
เช้า ค่ำ บ่าย ไม่หายใจตายทุกคน
กายกับจิตอยู่ห่างไกลเป็นไปได้
จิตไถลไกลห่างต่างประเทศ
กายอยู่ไทยในอาณาเขต
ยังเป็นเหตุให้มีเรื่องขุ่นเคืองกัน
     
สร้างโน้นสร้างนี้ล้วนมีเหตุ
ถ้าสังเกตให้ดีมีคุณใหญ่
บุญมากมายพ่อนำมาให้พาไป
หมดสงสัยรักของพ่อมีต่อเรา
สุข ทุกข์ เป็นญาติมิตรชิดใกล้
ทุกข์หนีไป สุขอยู่ดูสดใส
ครั้นสุขหนีทุกข์อยู่ดูเศร้าใจ
เห็นหรือไม่สุข ทุกข์ใกล้ที่ใจเรา
โง่หรือเปล่านั่งเฝ้าเนื้อเน่าเปื่อย
โง่ขึ้นเรื่อยคิดว่าสุข ทุกข์เห็นเห็น
มีปัญญาไม่คิดเอาเศร้าเช้าเย็น
เนื้อเป็นเป็นไม่เห็นได้ดังใจเรา
     
อารมณ์ใดใคร่ครวญอย่าด่วนตัดสิน
ถึงได้ยินได้ฟังยังพลาดได้
ได้เห็นกับตาอย่าพึ่งว่าไป
ดูที่ใจพิจารณาให้ดีมีคุณเอย
เห็นบารมีลูกยังน้อยพ่อคอยช่วย
เติมทุกข์ด้วยเมตตาอย่าว่าพ่อ
ด้วยจิตลูกยังไม่แข็งแรงพอ
พ่อเติมต่อทุกข์ให้ได้ปัญญา
ซื่อสัตย์ ภักดี มีให้ตลอด
ทั้งประกอบกรรมดีมีให้ยิ่ง
เพราะเป็นบารมีที่ดีจริง
ล้วนทุกสิ่งอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
     
คิดผิดคิดใหม่ไม่สายดอก
คิดให้ออกว่าคิดผิดคิดใหม่ได้
ถ้าไม่รับว่าจิตคิดผิดไป
ก็จะไร้ปัญญาบารมี
มีกายไว้ให้เห็นเป็นโน้นนี้
มีจิตคิดให้ดีดีมีกุศล
กายต้องเน่าต้องเปื่อยกันทุกคน
จิตกุศลผลงดงามตามติดไป
กายเรานี้เป็นรังแห่งโรค
บริโภคดีแค่ไหนยังให้ป่วย
ปวดโน้นเมื่อยนี้มีไปเรื่อย
พอเน่าเปื่อยโรคกายตายไปเอง
     
ความภักดี กตัญญู รู้คุณ
ล้วนบุญบารมีมีค่ายิ่ง
ผู้ใดปฏิบัติให้ได้จริง
บุญไม่ทิ้งอุ้มชูเอ็นดูเอย
กายจิตงดงามคนถามหา
มีคุณค่าควรคู่ผู้พบเห็น
ใครอยู่ใกล้สุขใจได้ร่มเย็น
ดุจเอกเช่นเพชรงามอร่ามเอย
กรรมมากหรือน้อยต้องเคยทำ
ที่ให้ขำเพราะไม่รู้ดูไม่เห็น
จึงโทษสารพันเช้ายันเย็น
ผู้รู้เห็นดูอยู่หดหู่ใจ
     
อยู่กับปัจจุบันกันเถิดเรา
อย่ามัวเฝ้าหลงอดีตที่ผ่านพ้น
ทวีทำดีดีกันทุกคน
จะมีผลสุขทันทีที่กระทำ
เมื่อเรามามีอะไรมาด้วยเรา
แล้วจะเอาอะไรไปให้เสียท่า
บุญกุศลมีอยู่เต็มธารา
ไม่ถ่างตาคว้าเอาน่าเศร้าเอย
เขาก็เน่าเราก็เน่าเผาทั้งนั้น
ยื้อแย่งกันทำไมใช่ค้ำฟ้า
ดิน น้ำ ลม ไฟ ใช้เขาเรานา
พระพุทธาแสดงธรรมจำให้ดี
     
รู้อดีตรู้ไปทำไมกัน
รู้ปัจจุบันที่จะทำกันดีกว่า
มีศีลสมาธิภาวนา
จงตั้งหน้าปฏิบัติธรรมนำสุขเอย
อยากรู้ว่าเคยเป็นใครในอดีต
เสมือนมีดสองคมให้จมปลัก
จะสุขสดใสหรือทุกข์ใจนัก
ไม่สลักสำคัญเท่าฉันทำดี
บุคคลจะพึงทำบุญทำบ่อยบ่อย
ค่อยค่อยสะสมกรรมดีให้มีไว้
เพราะบุญนำมาซึ่งความสุขใจ
ทรงตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเอย
     
เพราะคนเรามีความเขลาเบาปัญญา
จึงได้กล้าทำชั่วให้ตัวหมอง
คิดว่าเก่งคิดว่ากล้าบ้าทดลอง
สุดท้ายต้องเดือดร้อนตอนยังเป็น
ทรงสอนให้อยู่ดูปัจจุบัน
และเท่าจิตที่คิดได้
เป็นบุญหรือบาปให้ทราบไว้
และตั้งใจกระทำแต่กรรมดี
จะเป็นบุญหรือบาปเราทราบได้
บุญสดใสให้ใจได้สบาย
บาปหมองเศร้าขุ่นเคืองทุกเรื่องไป
เราจงได้ตรองไตร่ให้ดีดี
     
สุขชวนเชิญเพลินเกินเหตุ
ทุกข์ก็ เบรกจิตใจไว้ได้เสียหาย
สุขกับทุกข์อยู่คู่ตนจนวันตาย
แยกไม่ได้ไร้ปัญญาให้น่าอาย
ที่เดือดร้อนผ่อนจิตคิดบ่อยบ่อย
อย่าเผลอปล่อยโง่ไปไร้สมอง
ใคร่ครวญถ้วนถี่มีไตร่ตรอง
จะไม่หมองผิดหวังภายหลังเอย
หลงให้ตายสบายไร้ขอบเขต
จนเป็นเหตุติดสุขทุกข์ไม่เห็น
เกิดทั้งทีมีปัญญาฆ่าตัวเอง
สุขข่มเหงให้เขาเบาปัญญา
     
ดินน้ำลมไฟรวมกันฉันและเธอ
อย่าได้เผลอว่าประเสริฐเลิศจากไหน
ธาตุทั้งสี่สลายได้เร็วไว
ถ้าเข้าใจได้ดีมีสุขเอย
ดูอะไรดูให้เพลินก็เกินสุข
ดูสนุกร่าเริงเพลินหนักหนา
ดูเช่นนี้มีสุขให้ได้ไร้ค่า
เสียเวลาถ้าให้ดีต้องมีธรรม
อยากให้ยาวหรือสั้นนั้นต้องคิด
นิ่งพินิจเหตุผลจนกระจ่าง
อยากให้สั้นเดินไวใช้ย่อทาง
ที่ร้าวฉานตัดออกบอกตนเอง
     
ไม่เหี่ยวไม่ย่นคนหรือเปล่า
แต่งเสริมเข้าเอาชนะธรรมชาติ
ไม่มีสิ่งใดใดได้สามารถ
มาบังอาจปิดสัจธรรมขำจริงจริง
ได้เผาศพคนตายมาหลายครั้ง
คำนึงบ้างถึงตนไม่พ้นแน่
นอนให้เอาฟืนใส่ใครได้แล
เห็นแน่แน่อสุภละโลกไป
สุข ทุกข์เอยนั้นไม่เที่ยง
ย่อมแปรเปลี่ยนไปให้ได้เห็น
ทุกอย่างลักษณะสามตามประเด็น
ต้องเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
     
ความผิดนี้เคยทำซ้ำบ่อยบ่อย
ผิดนี่คอยเตือนย้ำให้จำได้
ผิดนี้เป็นครูเรียนรู้ไว
นานจึงได้มีปัญญาไม่กล้าทำ
เห็นความไม่แน่นอนของทุกสิ่ง
ทำจิตนิ่งพิจารณาท่านว่าไว้
คือแน่นอนแท้จริงทุกสิ่งไป
อย่าหวั่นไหวสัจธรรมองค์สัมมาฯ
เมื่อพบความไม่แน่นอนสอนตนว่า
อย่าถือสาหาเรื่องเปลืองสมอง
พบบ่อยบ่อยเป็นกำไรไม่ร้าวรอน
พระองค์สอนละได้ไปนิพพาน
     
ดูอะไรให้ได้ลักษณะสาม
ธรรมงดงามพุทธองค์ทรงตรัส
ไม่เที่ยง ไม่คง ไม่ตน ผลเห็นชัด
อย่าให้ร้อยรัดจิตเข้าโง่เขลาเอย
อยากให้ยาวหรือสั้นนั้นต้องคิด
นิ่งพินิจเหตุผลจนกระจ่าง
อยากให้ยาวเดินไกลได้หนทาง
ก็รีบสร้างทุกข์ให้ใจตน
เอาอะไรกับคำใดที่ใครพูด
จะผิดถูกอยู่ที่เขาเราไม่เกี่ยว
ชอบไปเก็บไปจำนำมาเที่ยว
ผูกเป็นเกลียวเหนี่ยวให้จิตคิดสร้างกรรม
     
เห็นความเปลี่ยนไปในทุกสิ่ง
จิตจะวิ่งหาเหตุผลกันจนได้
ผิดถูกพิจารณาว่ากันไป
ถ้าเข้าใจสัจธรรมจริงทุกสิ่งดี
ลืมอะไรลืมได้ลืมไปเถิด
อย่าลืมผู้ให้เกิดคือพ่อ แม่
ท่านรักห่วงเขาเฝ้าดูแล
จนเราแก่ท่านไม่คลายหายรักเอย
ฟังฟังดีชั่วอยู่ที่ตัวฟัง
จะหยุดยั้งเผาหรือเอาไฟใส่
เหตุผลไม่ผลปัญญาพาไป
ถ้าท่านได้ธรรมะจะสบาย
     
ไม่พอใจรับไว้ให้ได้ก่อน
ครูท่านสอนเราอยู่ดูให้เห็น
สำนึกในคุณท่านได้ใจจะเย็น
ท่านเคี่ยวเข็ญเราอยู่รู้หรือยัง
เห็นว่าทุกข์ว่าเศร้าเผารนจิต
ยังยึดติดเกาะไว้ไม่ให้ห่าง
รู้แล้วไม่คิดจะละจะวาง
มาเที่ยวอ้างว่ารู้ธรรมน่าขำจริง
มีกรรมทำไว้ได้รับ
ให้สมกับทำไว้ไม่ได้คิด
สัจธรรมพุทธองค์ไม่สะกิด
เพราะดวงจิตไร้ปัญญาตาบอดเอง
     
พูดให้ร้ายใครอื่นถูกกลับคืน
กรรมต้องรับเที่ยงแท้ไม่แปรผัน
เวรสนองคืนกลับรับไม่ทัน
สุดกลั้นน้ำตาจาบัลย์เอย
รู้ว่าขี้ชอบแหย่ไปให้ได้เหม็น
ผู้ได้เห็นยิ้มอยู่ดูแล้วขำ
เปื้อนตัวเปื้อนตนคนกระทำ
ขอให้จำอย่าถลำกระทำไป
หลงตัวหลงตนจนคนขำ
โง่ครอบงำตนอยู่ไม่รู้หรือ
ใครเห็นพูดเห็นทำนำล่ำลือ
หมดเชื่อถือนี่นะหรือคือคนธรรม
     
เรือนอาศัยสะอาดปราศจากฝุ่น
เรือนใจไม่วุ่นขุ่นข้องผ่องใส
เรือนกายสมบูรณ์พูลอนามัย
พร้อมตั้งใจปฏิบัติธรรมนำสุขเอย
ลมหายใจเข้าออกบอกอนิจจัง
จะทุกขังเมื่อกายขยายขยับ
อนัตตาพาสรรพสิ่งที่ย่อยยับ
สติจับสัจธรรมนำสุขเอย
เขายกเขาย่องให้เลอเลิศ
ว่าประเสริฐเหนือใครในที่นั่น
เพลินคำนำอวิชชามาโดยพลัน
รับว่าฉันสำคัญแน่แย่จริงจริง
     
ใครว่าเราไม่ดีนี้ขุมทรัพย์
จงรีบรับขอบคุณบุญเหนือหัว
พิจารณาไตร่ตรองเรื่องของตัว
อย่าเที่ยวทั่วว่าเขาเบาปัญญา
อารมณ์ใดเข้ามาเข้ามาเถิด
มันจะเกิดขุ่นข้องหรือผ่องใส
เต็มใจให้อยู่กับเราไป
เขาอาศัยชั่วคราวจงเข้าใจ
คนจิตเข้มแข็งถึงแรงน้อย
กายถดถอยก็สู้ดูเกรงขาม
เพราะฝึกจิตไว้ได้งดงาม
เมื่อถึงยามทิ้งกายสบายเอย
     
ใครชมให้ระวังด้วยยาพิษ
เผาชีวิตทั้งเป็นเห็นหรือไม่
รสหวานลิ้นชอบลองของถูกใจ
โบราณไขหวานเป็นลมขมเป็นยา
ยาพิษมีมากหลากชนิด
ให้พินิจด้วยธรรมตามคำสอน
จะเห็นความจริงแท้แน่นอน
หวานอ่อนอ่อนเป็นลมขมเป็นยา
เมื่ออารมณ์ที่มาอยู่หดหู่นัก
เต็มใจรับเข้ามาเถิดจะเกิดผล
ไม่ต้องหนี ต้องหลบ พบมงคล
เป็นมรรคผลให้เราได้จงใคร่ครวญ
     
ถึงคราวทุกข์ใจหาใครช่วย
จะเป็นด้วยวิธีใดก็ไม่ว่า
ขอให้ตนมีสุขทุกเวลา
ไม่นำพาว่าเป็นภัยกับใครเอย
ยาขมนั้นดีมีประโยชน์
ถึงจะโหดขมตอนกินลิ้นรับรู้
เหมือนยินคำว่าร้ายระคายหู
นั้นคือครูสอนธรรมจำให้ดี
ไม่มีสิ่งใดเป็นของใครในโลกนี้
ล้วนธาตุสี่ธรรมชาติฉลาดสอน
ผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนใช้ไปตอนตอน
ใคร่ครวญก่อนคิดยึดมั่นผูกพันเอย
     
หลงหวงทุกอย่างที่ขวางหน้า
ทั้งรู้ว่าต้องตายจากยากจะฝืน
หมั่นฝึกจิตพินิจทั้งหลับตื่น
สุดจะฝืนคืนไปให้กับธรรม
กายดีจิตดีมีกำไร
กายป่วยไข้จิตมัวหมองไม่ผ่องใส
รักษากายให้ดีมีกำไร
เพื่อจิตได้ฝึกตรึกพระธรรม
สิ่งใดใดไม่มีใครเป็นเจ้าของ
ทุกสิ่งต้องสลายกลายธาตุสี่
มัวยึดมั่นถือมั่นมันไม่ดี
เพราะไม่มีใครยึดได้น่าอายเอย
     
โลภหาหลงหามาครอบครอง
เป็นเจ้าของธาตุสี่ที่สลาย
เหน็ดเหนื่อยก่อเวรกรรมถึงขั้นตาย
ด้วยหมายเข้าครอบครองของที่พัง
บุญลอยมาไขว่คว้าเถิดลูกรัก
มีน้อยนักบุญมาลอยคอยพวกเจ้า
ด้วยบุญเมตตาพวกปัญญาเบา
ขอพวกเราตระหนักรักบุญเอย
ที่เกิดมาเพียงว่าค่าของจิต
ฝึกถูกผิดจนจิตคิดกุศล
กายของเราต้องเน่าเผาทุกคุณ
จิตหลุดพ้นทุกข์ได้ที่หมายเอย
     
ของสวยสวยถูกใจชอบไปหมด
ถ้าจะอดก็ซื้อหานำมาไว้
ยืนเดินนั่งนอนดูฟูจิตใจ
ถ้าวันใดแตกหายขอได้ธรรม
เห็นเขาสวยรวยมีดีทุกอย่าง
อยากเป็นบ้างอย่างเขาเอาทุกสิ่ง
เมื่อไม่ได้ก็ต่อว่าบ้าจริงจริง
หาบุญทิ้งขว้างไม่ถ่างตา
มีปัญญาละทุกข์หาสุขได้
อนามัยกายดีมีสุขยิ่ง
ละโลภ โกรธหลงได้ให้จริงจริง
เข้าพักพิงนิพพานสราญเอย
     
กายเรากายเขาล้วนเน่าเปื่อย
คิดเรื่อยเรื่อยเปื่อยเน่าคิดเข้าไว้
โลกมีอะไรให้เจ้าเอาไป
ที่ทิ้งไว้ล้วนของเน่าน่าเศร้าเอย
สวยรวยดีมีทุกอย่าง
เพราะเคยสร้างกรรมดีมีไว้ก่อน
ถวายทานเสื้อผ้าเครื่องอาภรณ์
ไม่เดือดร้อนปัจจุบันทำมาดี
ไม่มีเงินไม่มีกินสิ้นทุกอย่าง
เพราะไม่สร้างเอาไว้ในชาติก่อน
ชีวิตฝืดเคืองมีแต่เรื่องร้อน
อุทาหรณ์ให้เราได้เข้าใจ
     
หาคนช่วยปลอบใจยามไร้สุข
บอกเล่าทุกข์ของเราให้เขาทราบ
มีปัญญาอยู่กับตัวกลัวลำบาก
ธรรมะปราบทุกข์ได้ลองใช้ดู
อดีตผ่านไปจะให้คุณค่า
อยู่ที่ว่านำมาใช้ให้ได้ผล
การเรียนรู้เป็นของผู้คน
อยู่ที่ตนคิดให้ดีจึงมีคุณ
ชีวิตนี้มีกรรมนำทุกสิ่ง
ทำดีจริงย่อมสบายกายแน่แน่
ทำไว้ชั่วหมองศรีไม่มีใครแล
จริงแน่แท้ทุกคนรับผลกรรม
     
ผู้ห่วงเราเช้าเย็นเป็น พ่อ แม่
ห่วงจนแก่ลมหมดจบสังขาร
ได้เห็นหรือเปล่าเยาวมาลย์
บุญจดจารผู้แทนคุณบุญช่วยเอย
กุหลาบช่อใหญ่มอบให้คุณแม่
รักเที่ยงแท้ไม่แปรผันวันไหนไหน
ไม่ลดไม่พร่องรักเต็มห้องใจ
แม่ยิ่งใหญ่กว่าใครในโลกา
วันแห่งความรักตระหนักรักแม่ยิ่ง
ให้ทุกสิ่งยิ่งชีวิตปลิดให้ได้
รักคุ้มครองหวังดีไม่มีใคร
เทียบแม่ได้เทิดบูชาเหนือฟ้าเอย
     

เริ่มจัดทำเมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548
เพื่อการประชาสัมพันธ์ข่าวการกุศลของวัดทับคล้อและเผยแผ่พระพุทธศาสนา
วัดทับคล้อ ( สวนพระโพธิสัตว์ ) ม. ๑ ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ๖๖๑๕๐